You are here
Home > CAR

Volvo​ XC90/S90​ รุ่น​ T8​ R-Design​

บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำทิศทางของ​ ​Volvo แบรนด์รถยนต์สแกนดิเนเวีย​ ผู้นำพลังงานสะอาด เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 รุ่น​ ​คือ​Volvo XC90 T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid R-Design​ และ S90 T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid R-Design Volvo S90 T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid R-Design ในสไตล์ R-Design​ อันเลื่องชื่อ โดยรูปแบบ R-Design​มาตรฐานใหม่ของ​ Volvo​ โดยผสานกลิ่นอายแบบสปอร์ทด้วยดีไซจน์รอบตัวรถที่ดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิม พร้อมนำเสนอความโดดเด่นสะดุดตายิ่งกว่า ด้วยเฉดสีใหม่ น้ำเงินเมทัลลิค Bursting Blue ที่หรูหราเกินห้ามใจ Volvo XC90 R-Design

นิสสัน​ ลีฟ นิสโม พร้อมแล้ว

  นิสโม (NISMO) ได้ปรับแต่ง​ นิสสัน​ ลีฟ ตั้งแต่ระบบควมคุมเพื่อเพิ่มอัตราเร่งให้ตอบสนองรวมเร็วยิ่งขึ้น ปรับสเปคล้อ และยางแบบเฉพาะ ระบบกันสะเทือนที่เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม และคงความนุ่มนวลในการขับขี่ รวมถึงดีไซน์ภายนอก และภายในใหม่ จากพื้นฐาน นิสสัน ลีฟ ใหม่ ซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2560 ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีไดนามิคในการขับเคลื่อนที่ดี มีอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงมากมายอันมาจากระบบการขับขี่ด้วยตนเอง (Autonomous Driving) อาทิ e-Pedal ProPILOT และ ProPILOT Park นิสสัน ลีฟ ใหม่ คือสัญลักษณ์ของ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ตามวิสัยทัศน์ของนิสสันที่มุ่งมั่นพัฒนารูปแบบพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อน วิธีขับขี่รถยนต์ และการบูรณาการรถยนต์สู่สังคม ลีฟใหม่ได้รับรางวัลมากมายจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการปล่อยมลพิษที่เป็นศูนย์ อาทิ รางวัล "2018 World Green

New Mazda CX-3 2018

หลังจาก​ มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ได้ถูกเปิดตัวในปี 2558 ภายใต้แนวคิด “การสร้างมาตรฐานสำหรับยุคใหม่” ก็ได้สร้างสรรค์รูปแบบใหม่ของรถคอมแพคอเนกประสงค์ ที่อยู่เหนือแนวความคิดของรถยนต์ในระดับเดียวกัน และได้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจเบื้องลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและการรับรู้ได้ของลูกค้าด้วยคุณค่าที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราได้ทุ่มเทเพื่อที่จะรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆของลูกค้ามาทำให้​ มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยรถยนต์รุ่นนี้มีขนาดที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่คนเดียวหรือคู่หนุ่มสาว และการเปลี่ยนแปลงล่าสุดคือ การปรับปรุงในเรื่องของการออกแบบ สมรรถนะในการขับขี่ ความปลอดภัย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายสองประการของคือ เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างรถมาสด้ากับผู้ใช้ให้แข็งแกร่งขึ้น และเพื่อตระหนักถึงความเป็นสุดยอดของแบรนด์มาสด้า บนพื้นฐานของคำหลัก คือ “ความวิจิตรงดงาม และความล้ำสมัย” (Exquisite & Edgy) ซึ่งนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา เราได้หวนตระหนักถึงค่านิยมหลักของรถคอมแพคอเนกประสงค์ และพยายามที่จะถ่ายทอดคุณลักษณะของผู้ใช้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะยืนยันความเป็นอิสระและโลกทัศน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยมุมมองที่รักษาไว้ซึ่งมาตรฐานใหม่ของมาสด้า อันประกอบด้วย 3 หัวข้อหลัก ซึ่งถูกปรับปรุงให้ล้ำสมัย ผ่านการนำเอาเทคโนโลยีและการออกแบบล่าสุดมาใช้ ความรู้สึกของความนุ่มนวลในขณะขับขี่ ได้รับการปรับปรุงอย่างจริงจัง โดยการทบทวนสมรรถนะในการขับขี่จากมุมมองที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์ในภาพโดยรวม และใช้แนวคิดที่ให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างความรู้สึกของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนกับรถ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ เป็นตัวแทนของความพยายามที่มุ่งมั่นของมาสด้าที่จะผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายในที่สมบูรณ์แบบ การออกแบบภายในที่มีคุณภาพสูงขึ้น คือ ปราศจากองค์ประกอบที่ไม่สำคัญและอธิบายถึงสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น สร้างสรรค์ความสวยงามที่ปลุกเร้าอยู่ในจิตใจ สมรรถนะในการขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับความพยายามในการยกระดับการออกแบบที่ให้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านสถาปัตยกรรมของรถเจนเนอเรชั่นใหม่ขั้นสูงสุด

Ford​ Everest​ ขุมพลังใหม่​ 213 แรงม้า

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ คุณภาพของอุปกรณ์ และสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น แต่ยังคงความแข็งแกร่งสมบุกสมบันอย่างเหนือชั้นเมื่อขับขี่ออฟโรด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์กระจังหน้าใหม่ และไฟหน้า HID ที่ส่องสว่างกว่าไฟหน้าทั่วไป พร้อมล้อแมกซ์อัลลอยแบบก้านคู่ (Split-Spoke) ขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเสริมให้รถดูดุดันและหรูหราอย่างมีระดับ ห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ตกแต่งด้วยโทนสีดำ มอบความหรูหราให้แก่ห้องโดยสาร และยังเสริมความโดดเด่นด้วยเส้นสายรอบคัน อีกทั้งเพิ่มความนุ่มนวลของจุดสัมผัสต่างๆ ในห้องโดยสาร เพื่อความรู้สึกหรูหราและสะดวกสบายในการใช้งาน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ พร้อมมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย เช่น ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี กุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ซึ่งได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งรองรับ Apple

HONDA HR-V RS

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม ฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น เสริมด้วยรุ่น RS และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) ยกระดับความพรีเมียมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)    พบกับฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่8 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเริ่มเปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า เอชอาร์-วี เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2557 นับเป็นรุ่นที่เข้ามาเปิดตลาดและเติมเต็มความต้องการของตลาดรถยนต์เอสยูวีในระดับคอมแพคท์เซ็กเมนต์ โดยเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวไทย ด้วยภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน และเพื่อเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความพรีเมียม มากยิ่งขึ้น ฮอนด้า

MINI 2018

มินิ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์มินิรุ่นปรับโฉมใหม่ถึง 4 รุ่น คือ มินิ แฮทช์ 3 ประตู มินิ แฮทช์ 5 ประตู มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล เปิดประทุน และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู ปรับเปลี่ยนใหม่รอบคัน ทั้งโลโก้ ไฟหน้า ล้อ และไฟท้ายลายธงยูเนียน          ไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวง สว่างชัดยิ่งขึ้น   โคมไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี ที่เน้นรายละเอียดด้วยพาเนลสีดำด้านในโคมไฟ และการปรับโฉมไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวงในดีไซน์ใหม่ ในรุ่นคูเปอร์ เอส ที่ให้ความสว่างมากขึ้นทั้งในโหมดไฟต่ำและไฟสูงด้วยไฟหน้า LED พร้อมด้วยไฟ LED Daytime Running Light และฟังก์ชันไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน โดยไฟจะเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีส้มขณะที่ทำการเปิดไฟเลี้ยว เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Adaptive LED Headlights ในรุ่น จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ช่วยปรับความสว่างของไฟหน้าแบบอัตโนมัติตามสภาพเส้นทาง และปรับองศาไฟขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ ระบบนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Matrix light ที่ยกระดับทัศนวิสัยในการขับขี่ด้วยการเปิด-ปิดระบบไฟส่องสว่างโดยอัตโนมัติเมื่อกล้องในรถยนต์ตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์คันอื่นสวนมา เพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง           ไฟท้ายลายธงยูเนียน แจ็ค  เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ

ฮอนด้า แนะนำ เอชอาร์-วี ใหม่ เสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ต

Fallback Image

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม ฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น เสริมด้วยรุ่น RS และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) ยกระดับความพรีเมียมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) พบกับฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่8 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเริ่มเปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ฮอนด้า เอชอาร์-วี เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2557 นับเป็นรุ่นที่เข้ามาเปิดตลาดและเติมเต็มความต้องการของตลาดรถยนต์เอสยูวีในระดับคอมแพคท์เซ็กเมนต์ โดยเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวไทย ด้วยภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน โฉบเฉี่ยวด้วยกันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ยกระดับไปอีกขั้น เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง

New YARIS

[aesop_image img="http://f1carthai.com/wp-content/uploads/2017/09/s-Main-Exterior-1.jpg" align="center" lightbox="on" captionposition="left" revealfx="off" overlay_revealfx="off"]บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำรถยนต์โตโยต้ายาริส คอมแพคแฮทช์แบ็คยอดนิยมเข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2549 ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และในเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2556 โตโยต้าได้เปิดตัวยาริส เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตรเพื่อตอบสนองความนิยมรถเครื่องยนต์ขนาดเล็กในประเทศไทย ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่น สะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง และในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โตโยต้าได้เพิ่มทางเลือกให้กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดตัวยาริส ATIV ในรูปแบบของรถยนต์ซับคอมแพคซีดาน ภายนอกดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายในสวยสะดุดตา กว้างขวางสะดวกสบาย รวมถึงเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน ที่สำคัญเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานเหนือรถระดับเดียวกัน ด้วยถุงลมนิรภัยถึง 7 ใบ “New YARIS…YES, THAT’S RIGHT!” ภายนอกและภายในดีไซน์โดดเด่น…YES THAT’S COOL! ภายนอกดีไซน์โฉบเฉี่ยวตลอดรอบคัน เน้นความสปอร์ตด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟ LED Light Guiding ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running

Toyota Yaris Ativ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว รถยนต์อีโคคาร์ รุ่นล่าสุด Toyota Yaris Ativ หรือ Yaris แบบ 4 ประตู ซีดาน อย่างเป็นทางการ หลังจากทำตลาด กับ Yaris แฮทช์แบค มาหลายปีโดดเด่นด้วยการออกแบบที่แตกต่าง สวยงาม ทันสมัย มิติตัวถังเทียบชั้น บี เซกเมนท์ รูปทรงโฉบเฉี่ยว เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 86 แรงม้า ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง มิติตัวถังรถ 4,425/1,730/1,475 มม. ใช้พื้นฐานร่วมกับซีดาน รุ่นพี่อย่าง Vios มีระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,550 มม. และถือว่ามากสำหรับซีดานอีโคคาร์ รูปทรงโดยรวมโฉบเฉี่ยว ไฟท้ายรับกับฝากระโปรงและกันชนท้ายอย่างลงตัว ล้อแมกขนาด 15

The new BMW M4 CS

The new BMW M4 CS (fuel consumption combined: 8.4 l/100 km [33.6 mpg imp]*; CO2 emissions combined: 197 g/km*) closes the gap between the BMW M4 with Competition Package and the uncompromising BMW M4 GTS.  The new BMW M4 CS, a special-edition model from BMW M GmbH, will be produced

Top