You are here
Home > CAR > MINI 2018

MINI 2018

มินิ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์มินิรุ่นปรับโฉมใหม่ถึง รุ่น คือ มินิ แฮทช์ 3 ประตู มินิ แฮทช์ 5 ประตู มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล เปิดประทุน และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ประตู


ปรับเปลี่ยนใหม่รอบคัน ทั้งโลโก้ ไฟหน้า ล้อ และไฟท้ายลายธงยูเนียน 

 

 

 

 

ไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวง สว่างชัดยิ่งขึ้น  

โคมไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี ที่เน้นรายละเอียดด้วยพาเนลสีดำด้านในโคมไฟ และการปรับโฉมไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวงในดีไซน์ใหม่ ในรุ่นคูเปอร์ เอส ที่ให้ความสว่างมากขึ้นทั้งในโหมดไฟต่ำและไฟสูงด้วยไฟหน้า LED พร้อมด้วยไฟ LED Daytime Running Light และฟังก์ชันไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน โดยไฟจะเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีส้มขณะที่ทำการเปิดไฟเลี้ยว

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Adaptive LED Headlights ในรุ่น จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ช่วยปรับความสว่างของไฟหน้าแบบอัตโนมัติตามสภาพเส้นทาง และปรับองศาไฟขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ ระบบนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Matrix light ที่ยกระดับทัศนวิสัยในการขับขี่ด้วยการเปิดปิดระบบไฟส่องสว่างโดยอัตโนมัติเมื่อกล้องในรถยนต์ตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์คันอื่นสวนมา เพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง

 

 

 

 

 

ไฟท้ายลายธงยูเนียน แจ็ค 

เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ มินิ ได้ปรับ
ไฟท้ายของรถใหม่ให้มีความโดดเด่นด้วยรูปทรงและเส้นไฟ 
LEDลายธงยูเนียน แจ็คแห่งสหราชอาณาจักร ในรุ่นคูเปอร์ เอส และจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ โดยไฟเบรกจะใช้เส้นแนวตั้ง ส่วนไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นแนวนอนกึ่งกลาง และไฟท้ายจะเปิดเป็นเส้นแนวทะแยง เมื่อไฟหน้าเปิดอยู่ ทำให้ภาพรวมของท้ายรถรุ่นปรับโฉมใหม่นี้มีความสวยงาม โดดเด่นจากการผสมผสานเส้นไฟเข้ากับรายละเอียดของลายธง

โลโก้ MINI แบบใหม่ในสไตล์เรียบง่าย

ตราสัญลักษณ์ ‘MINI’ แบบใหม่นี้ยังคงดีไซน์ความเป็นมินิมอลในสไตล์มินิ แต่ให้ความสบายตามากขึ้นด้วยการออกแบบ 2 มิติ โดย
โลโก้ใหม่นี้จะอยู่ที่ 
ตำแหน่งด้วยกันคือ บริเวณฝากระโปรงหน้ารถ ฝากระโปรงท้ายรถ บนพวงมาลัย และบนกุญแจรีโมท ซึ่งโลโก้ใหม่นี้ยังสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์กับการขับขี่ที่สนุกสนาน การออกแบบที่โดดเด่นและคุณภาพยนตรกรรมระดับพรีเมียม อันเป็นหัวใจสำคัญของมินิ

สีตัวถังใหม่ 3 สี สวยสะดุดตา

มินิรุ่นปรับโฉมใหม่ทั้ง 3 ประเภทตัวถัง (มินิ แฮทช์ 3 ประตูมินิ แฮทช์ 5 ประตู และ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล)
มาพร้อมตัวเลือกของสีตัวถังใหม่เพิ่มอีก 3 สี คือสีเทา 
Emerald Grey Metallic สีน้ำเงิน Starlight Blue Metallic และสีส้ม Solaris Orange Metallic พร้อมเสริมความสปอร์ตดุดันในรุ่นคูเปอร์ เอส ด้วย Piano Black Exterior สีดำเงาที่กรอบโคมไฟหน้า โคมไฟท้าย และกระจังหน้า

นอกจากนี้ ยังมีล้ออัลลอยลายใหม่ทั้งหมด 4 แบบที่ต่างกันไปในแต่ละรุ่น คือ ลาย Victory Spoke Blackขนาด 16 นิ้ว ลาย Roulette Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว ลาย Rail Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว และ ลายMINI Yours Vanity Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว ที่มาพร้อมฝาครอบล้อใหม่ลาย MINI Yours

ปรับปรุงการตกแต่งภายใน เพิ่มทางเลือกให้กับ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล

ภายในรถ มีการเพิ่มตัวเลือกของสีเบาะที่นั่งและห้องโดยสารทั้งหมด แบบ ได้แก่ Leather Chester, Leather Malt Brown, Leather Cross Punch Carbon Black และล่าสุดกับ Leather Lounge Satellite Grey ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความไม่เหมือนใคร และเติมความโดดเด่นบนท้องถนนให้กับมินิ
คอนเวิร์ตทิเบิลขณะขับขี่แบบเปิดหลังคา

เครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติแบบใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่

การปรับโฉมรอบนี้ มินิ ได้ทำการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ขับสนุกมากขึ้น โดยมินิเครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นจะมีการเพิ่มแรงดันสูงสุดในการฉีดน้ำมันจาก 200 เป็น 350 บาร์ ควบคู่ไปกับใบพัดเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำจากวัสดุที่ทนทานต่อความร้อนสูง รวมถึงมีการปรับแรงดันหัวฉีดน้ำมันทำให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ขณะที่ฝาครอบเครื่องยนต์นำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) มาใช้เป็นครั้งแรก จึงทำให้มีน้ำหนักเบาลง เสริมสมรรถนะให้รวดเร็วฉับไวขึ้น

 มินิ แฮทช์ มาพร้อมกับขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo โดยมีให้เลือกสรรทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ในรุ่นคูเปอร์ และ
คูเปอร์ ดี และเครื่องยนต์เบนซิน 
สูบ ขนาด ลิตรในรุ่นคูเปอร์ เอส ที่ให้พละกำลังได้สูงสุดถึง 192 แรงม้า ควบคู่กับแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร

ส่วนระบบส่งกำลัง ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยคันเกียร์ใหม่ในระบบไฟฟ้า โดยในรุ่น
คูเปอร์และคูเปอร์ เอส จะมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ
 Steptronic 7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission) ที่มอบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและไหลลื่นยิ่งขึ้น เร่งความเร็วได้ทันใจ รวมถึงมีอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ขับขี่ได้คล่องตัวและพร้อมตอบสนองความท้าทายทุกโจทย์บนท้องถนน ส่วนในรุ่น จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ เสริมความสปอร์ตด้วยเกียร์อัตโนมัติ สปีดที่ตอบสนองรวดเร็วในสไตล์รถแข่ง เติมความสนุกในทุกจังหวะการขับขี่

มินิ คูเปอร์ แฮทช์ 3 ประตู ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.8 วินาที ส่วนมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 5 ประตู สามารถให้กำลังได้สูงสุด 192 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.7 วินาที และสำหรับรถมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้าโดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที

พวงมาลัยและหน้าจอแบบใหม่ ใช้งานได้หลากหลายขึ้น

สำหรับพวงมาลัยรุ่นใหม่จะเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นสามก้าน โดยที่มีฟังก์ชันการใช้งานแตกต่างกันไปในมินิแต่ละรุ่น ทางด้านซ้ายจะมีปุ่มควบคุม Speed Limit ที่กำหนดความเร็วสูงสุดของรถได้ ส่วนชุดควบคุมด้านขวาจะเกี่ยวข้องกับระบบความบันเทิงและเครื่องเสียง นอกจากนี้ มินิทุกรุ่นยังมาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัลพร้อมระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว หรือ 8.8 นิ้วที่มีเทคโนโลยีไร้สายแบบ Bluetooth ติดตั้งในตัวเพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้

เพิ่มลูกเล่นด้วยการฉายไฟโลโก้ลงพื้น และแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

ชุดอุปกรณ์เสริม MINI Excitement มาพร้อมกับระบบ MINI Logo Projection ที่สร้างเอกลักษณ์สะดุดตาด้วยการฉายโลโก้มินิลงบนพื้นนอกตัวรถบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ

ส่วนในรุ่นจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ มินิยังนำเทคโนโลยีล่าสุดอย่างแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging) มาติดตั้งไว้ยังบริเวณช่องในที่วางแขนกึ่งกลางตัวรถ โดยสามารถวางโทรศัพท์รุ่นที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายบนแท่นเพื่อชาร์จได้เลย นอกจากนี้ยังมีทางเลือกเสริมให้ติดตั้งพอร์ต USBเพิ่มเติมที่คอนโซลหน้ารถได้อีกด้วย

เสริมความแรงเร้าใจเต็มพิกัดกับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู

นอกจากการปรับโฉมมินิ แฮทช์และมินิ คอนเวิร์ตทิเบิลแล้ว มินิยังเปิดตัวโฉมใหม่ของมินิ แฮทช์ ตัวแรงจากตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้ ทำให้การขับขี่ในวันธรรมดาเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจราวกับอยู่ในสนามแข่ง โลดแล่นด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง ระบบช่วงล่าง ชุดแต่ง จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และขุมพลังจากเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo มอบความเร็วเร้าใจด้วยกำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 6.1 วินาที สำหรับมินิ จอห์น 
คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู และยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยชุดแต่งในตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ขนานแท้ ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยแบบ John Cooper Works Cup Spoke, 2-toneขนาด 1นิ้ว และเอกลักษณ์จานเบรคสีแดง พร้อมด้วยโลโก้จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ มอบความรู้สึกทรงพลังด้วยความคลาสสิกสไตล์มินิอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถอุ่นใจด้วยโปรแกรม MINI Service Inclusive (MSI) ให้เลือกสรรตามความต้องการ ด้วยแพ็คเกจเริ่มต้น MSI Standard ที่ครอบคลุมระยะการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.

Similar Articles

Top